ทาวน์โฮม กับ โฮมออฟฟิศ ต่างกันอย่างไร ?



โฮมออฟฟิศ 4ชั้น

ทาวน์โฮม คืออะไร ?

ทาวน์โฮม คืออสังหาริมทรัพย์ประเภทหนึ่ง ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องการจัดสรรพื้นที่ที่มีจำกัดอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยคำว่าทาวน์โฮมเป็นคำที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่เพื่อใช้แทนคำว่าทาวน์เฮ้าส์ เพราะถึงคำว่า “โฮม” จะมีความหมายว่าบ้าน เช่นเดียวกับคำว่า “เฮ้าส์” แต่โฮมจะให้ความรู้สึกถึงความเป็นครอบครัว ความอบอุ่น และความรักความผูกพันมากกว่า ทำให้ผู้ประกอบการนิยมใช้คำว่าทาวน์โฮมกันมากกว่านั่นเอง

โฮมออฟฟิศ คืออะไร ?

โฮมออฟฟิศ คือ ที่พักอาศัยกึ่งสำนักงานที่มีหลายแบบ เช่น โฮมออฟฟิศ 4ชั้น หรือแบบ 3 ชั้น แต่โดยปกติแล้วจะมีความสูงประมาณ 3-5 ชั้น โดยจะมีการจัดสรรพื้นที่ชั้นล่างหรือชั้น 2 ให้เป็นพื้นที่สำนักงาน และมักมีพื้นที่ส่วนรวมหน้าอาคารให้สามารถจอดรถได้หลายคัน นอกจากนี้ด้วยความที่โฮมออฟฟิศมีกลิ่นอายของความเป็นที่อยู่อาศัย จึงทำให้เป็นสถานที่ทำงานที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง อย่างไรก็ตามด้วยพื้นที่ที่จำกัดจึงไม่สามารถรองรับคนจำนวนมากได้ เหมาะกับสำนักงานขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีพนักงานเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

ความแตกต่างระหว่างทาวน์โฮมกับโฮมออฟฟิศ

1. วัตถุประสงค์ในการก่อสร้าง

แน่นอนว่าความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่าง ทาวน์โฮมกับโฮมออฟฟิศ คือ เรื่องของวัตถุประสงค์ในการก่อสร้าง เพราะทาวน์โฮมคือบ้านที่สร้างขึ้นมาเพื่ออยู่อาศัยเท่านั้น แต่โฮมออฟฟิศจะเป็นบ้านที่มีการจัดพื้นที่ชั้นล่างอย่างเป็นสัดส่วน มีการวางระบบไฟ หรืออาจเพิ่มจำนวนห้องน้ำ เพื่อให้สามารถดัดแปลงเป็นสำนักงานได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามในพื้นที่ส่วนชั้นบนของโฮมออฟฟิศซึ่งเป็นส่วนที่อยู่อาศัยก็จะมีลักษณะเป็นพื้นที่บ้านตามปกตินั่นเอง

2. พื้นที่และจำนวนชั้น

โฮมออฟฟิศนั้นจะมีขนาดของพื้นที่และจำนวนชั้นมากกว่าทาวน์โฮม ทำให้มักมีราคาสูงกว่าเมื่ออยู่ในทำเลใกล้เคียงกัน โดยโฮมออฟฟิศส่วนมากจะมีความสูงอยู่ที่ 3-5 ชั้น ส่วนทาวน์โฮมส่วนใหญ่จะสูงเพียง 2-3 ชั้นเท่านั้น นอกจากนี้ในส่วนของพื้นที่จอดรถทาวน์โฮมส่วนมากจะมีที่จอดรถสำหรับครอบครัวได้ 1-2 คัน แต่สำหรับโฮมออฟฟิศจะมีพื้นที่ส่วนรวมหน้าอาคารสำหรับจอดรถจำนวนมากเพื่อให้พนักงานสามารถนำรถมาจอดได้

3. ข้อกำหนดทางกฎหมาย

ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 55 พ.ศ. 2543 ได้ให้ความหมายของ บ้านแถว (หรือที่เราเรียกกันว่า ทาวน์โฮม) ไว้ดังนี้ “บ้านแถว” หมายความว่า ห้องแถวหรือตึกแถวที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งมีที่ว่างด้านหน้าและด้านหลังระหว่างรั้วหรือแนวเขตที่ดินกับตัวอาคารแต่ละคูหา และมีความสูงไม่เกินสามชั้น

ซึ่งนอกจากเรื่องความสูงแล้วในส่วนของขนาดพื้นที่กฎหมายก็มีการระบุให้ทาวน์โฮมต้องมีขนาดความกว้าง 4 เมตร และมีพื้นที่ว่างทั้งด้านหน้าและด้านหลังของตัวบ้านไม่ต่ำว่า 2 เมตร ขณะที่โฮมออฟฟิศกฏหมายมีการกำหนดให้ส่วนด้านหน้าของตัวอาคารต้องมีความกว้างถึง 20 เมตร เพื่อใช้เป็นที่จอดรถสำหรับส่วนรวมนั่นเอง

Related Post

ก่อนสร้างบ้าน อะไรคือสิ่งจำเป็นสำหรับเราบ้าง ?ก่อนสร้างบ้าน อะไรคือสิ่งจำเป็นสำหรับเราบ้าง ?



เชื่อว่าหลาย ๆ คน และ เกือบจะทุกคนนนั้นมองว่าบ้านสักหลังนั้นคือ หนึ่งในความฝันของใครหลาย ๆ คนออนย่างแน่นอน ซึ่งการจะมีบ้านสักหลังนั้นไม่ใช่เรื่อวงยาก และ ไม่ใช่เรื่องง่ายด้วยเช่นกันดังนั้นัในบทความนี้เราจะมาพูดถึงว่าในการเลือกใช้บริการรับสร้างบ้าน เพื่อสร้างบ้านสักหลังนั้นเราควรจะมีอะไรบ้าง ?   ที่ดิน   แน่นอนว่าของสำคัญชื้นแรกนั้นคือ “ที่ดิน” อย่างแน่นอน และ คงไม่มีใครเถียงด้วยเพราะถ้าคิดจะสร้างบ้านเองที่ดินคือสิ่งที่เราต้องเตรียมไว้ด้วยเช่นกัน  รวมทั้งการเกลี่ยนหน้าดิน หรือ การถมดินเพื่อให้หน้าดินพร้อมสำหรับในการสร้างบ้าน  งบประมาณในการสร้าง   ไม่ว่าจะเป๋นการกู้ธนาคาร หรือ  เงินเก็บของตัวเองก็จะต้องรู้ให้ได้ว่าตัวเองมีงบประมาณในการสร้างบ้านเท่าไหร่ และ นอกจากงบหลักก้อนนี้แล้ว  มีงบประมาณก้อนอื่น ๆ อีกหรือไม่

การจำแนกประเภทของเล่น เพื่อเสริมพัฒนาการของเด็กการจำแนกประเภทของเล่น เพื่อเสริมพัฒนาการของเด็ก



ของเล่นกับเด็ก เป็นสิ่งที่เกิดมาคู่กัน หากทั้งสองอย่างนี้ไปด้วยกันได้ เด็กก็จะได้รับการพัฒนาที่สมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งเรื่องของร่างกาย สมอง ความคิด และสติปัญญา ดังนั้นหากพ่อแม่รู้จักเลือกของเล่นให้ลูกได้เหมาะสมกับวัย และรู้จักวิธีการเลือกของเล่นที่ดี เด็กก็จะได้รับประโยชน์สูงสุกจากการเล่นของเล่นนั่นด้วย นอกเหนือจากได้ความสนุกอย่างเดียว  เพื่อให้ทุกท่านได้เข้าใจเกี่ยวกับของเล่นเด็กได้มากขึ้น โดยเฉพาะคนที่เป็นพ่อแม่มือใหม่ที่กำลังมองหาของเล่นให้กับลูกอยู่ ก่อนอื่นเราจะมาดูว่าการจำแนกของเล่นสำหรับเสริมพัฒนาการของเด็กนั้น จำแนกได้เป็นกี่ประเภท เพื่อจะได้เลือกของเล่นจาก ร้านของเล่นเด็ก ให้ครบทุกแบบให้กับลูกของเรา  ประเภทของของเล่นเด็ก  1.ของเล่นเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกาย  ของเล่นประเภทนี้จะช่วยส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทางด้านร่างกาย เช่น กล้ามเนื้อ ระบบประสาทสัมผัส ทั้ง ตา หู จมูก ได้มีพัฒนาการที่สมบูรณ์ สามารถรับสิ่งต่างๆ และตอบสนองได้เป็นอย่างดี