4 เรื่องที่ไม่ควรทำ ในการเริ่มหางาน



หางาน

ในการหางานนั้น ต่างก็มีเรื่องมากมายที่เราอาจจะยังไม่รู้ และ รู้กันนะครับ ซึ่งในการหางานนั้นมีเรื่องมากมายที่เราต้องรู้ แต่ในบทความนี้เราอยากจะขอพูดถึง4 เรื่องที่ไม่ควรทำ ในการเริ่มหางาน เผื่อว่าจะมีใครบางคนที่ยังไม่รู้ และ ไปทำพฤติกรรมดังกล่าวอาจจะทำให้โอกาสในการหางานนั้น ยากขึ้นนะครับ มาลองดูดีกว่าครับว่ามี…เรื่องที่ไม่ควรทำ ในการเริ่มหางาน กันบ้าง  

การหางานแบบหว่านเมล็ด 

  ในการหางาน สิ่งที่ไม่ควรทำในอย่างแรกเลยนั้นคือ การเข้าเว็บไซต์หางาน แล้ว กดสมัครงานไปเรื่อย โดยถึงแม้ไม่ใช่ตำแหน่งที่เราต้องการก็ตาม แต่ความสามารถเราถึงเกณฑ์ที่กำหนด  ก็กดสมัครไว้ก่อนเสมอ ซึ่งการทำพฤติกรรมดังกล่าวนี้ถ้าหากว่ามีคนเรียกสัมภาษณ์งานนั้นเราอาจจะลืมว่าเรา “กดสมัครงาน” ที่บริษัทไหนบ้าง และ พอได้งานจริง ๆ อาจจะไม่ถูกใจของเรา หรือทำไม่ได้ เพราะเนื่องจากไม่อ่านรายละเอียดให้ดี อาจจะทำให้เสียเวลาทั้ง 2 ฝ่ายก็ได้นะครับ  

การขอยืมใช้ Wi-Fi  

ในกรณที่เรามีการเรียกสัมภาษณ์งานนั้น และมีกาต้องเตรียมข้อมูลนั้นการขอใช้ Wi-Fi นั้นถือเป็นการเสียมารยาทอย่างมาก เพราะถือว่าไม่มีความพร้อมในการสมัครงานอย่างมากเลยนะครับ ดังนั้นก่อนที่เราจะไปสัมภาษณ์งานนั้น เราควรที่จะเตรียมพร้อมในเรื่องต่าง ๆ ให้พร้อมก่อนเสมอ เพื่อที่จะเป็นการรักษมารยาท และ ยังช่วยให้บุคลิกภาพของเราดูเป็นคนเตรียมความพร้อมด้วยนะครับ  

พาย้อนในวัยเยาว์  

บางครั้งการสัมภาษณ์งานนั้น เราไม่จำเป็นต้องจะให้ผู้สัมภาษณ์งานนั้นรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเราตั้งแต่ตัวเราในช่วงเด็ก ๆ เลยก็ได้นะครับ ไม่จำเป็นต้องรู้ว่าในช่วง ป.1 ของเรานั้นได้รับรางวัล “รักการอ่านดีเด่น” เพราะนั้นถือเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญต่อการสัมภาษณ์งานเลย ดังนั้นในเรื่องของช่วงเด็ก ๆนั้นให้เป็นความาทรงจำที่ดีก็พอครับ 

ถ้าหากไม่รับการสัมภาษณ์จริง ๆ ไม่ควรนัด  

ถ้าหากว่าเราไม่ว่างแบบกะทันหัน นั้นก็ถือว่าพอเข้าใจ แต่สำหรับคนที่หางานบางคนนั้นรู้ว่าตัวเองไม่ว่างในวันนัดสัมภาษณ์ แต่ก็ยังตกปาก รับคำว่าจะไปสัมภาษณ์ด้วย และ ค่อยโทรมาเลื่อนนัดเอาทีหลัง ซึ่งถือว่าการทำพฤติกรรมดังกล่าวนั้นเป็นการเสียมารยาทต่อผู้สัมภาษณ์อย่างมากเลยนะครับ  

ดังนั้นถ้าหากว่าท่านเป็นคนหนึ่งในคนที่กำลังมองหางาน พฤติกรรมด้านบนที่กล่าวไปนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำนะครับ เพราะถือว่าเสียมารยาท และ อาจจะไม่ได้รับงานด้วยนะครับ   

Related Post

โฮมออฟฟิศ 4ชั้น

ทาวน์โฮม กับ โฮมออฟฟิศ ต่างกันอย่างไร ?ทาวน์โฮม กับ โฮมออฟฟิศ ต่างกันอย่างไร ?



ทาวน์โฮม คืออะไร ? ทาวน์โฮม คืออสังหาริมทรัพย์ประเภทหนึ่ง ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องการจัดสรรพื้นที่ที่มีจำกัดอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยคำว่าทาวน์โฮมเป็นคำที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่เพื่อใช้แทนคำว่าทาวน์เฮ้าส์ เพราะถึงคำว่า “โฮม” จะมีความหมายว่าบ้าน เช่นเดียวกับคำว่า “เฮ้าส์” แต่โฮมจะให้ความรู้สึกถึงความเป็นครอบครัว ความอบอุ่น และความรักความผูกพันมากกว่า ทำให้ผู้ประกอบการนิยมใช้คำว่าทาวน์โฮมกันมากกว่านั่นเอง โฮมออฟฟิศ คืออะไร ? โฮมออฟฟิศ คือ ที่พักอาศัยกึ่งสำนักงานที่มีหลายแบบ เช่น โฮมออฟฟิศ 4ชั้น หรือแบบ 3 ชั้น แต่โดยปกติแล้วจะมีความสูงประมาณ 3-5

ประกันรถมอเตอร์ไซค์

การประกันรถมอเตอร์ไซค์ที่ดีที่สุดของไทย (best motorbike insurance Thailand) เราควรจะหาอย่างไรมีเทคนิคเลือกยังไงบ้างการประกันรถมอเตอร์ไซค์ที่ดีที่สุดของไทย (best motorbike insurance Thailand) เราควรจะหาอย่างไรมีเทคนิคเลือกยังไงบ้าง



สมัยนี้บริษัทประกันมีให้เข้าถึงง่ายดายทางช่องอินเทอร์เน็ต ประกันรถมอเตอร์ไซค์ถือว่าช่วยเหลือคุ้มครองผู้ขับขี่เมื่อเจออุบัติเหตุหรือพบกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด อย่างไฟไฟม้ หรือน้ำท่วม การมีประกันช่วยคุ้มครองจะช่วยจ่ายค่าเสียหาย หรือซ่อมแซมทั้งรถและร่างกายของเรา รวมไปถึงคู่กรณี ซึ่งประกันแต่ละประเภทก็มีการคุ้มครองที่แตกต่างกันไป โดยการประกันรถมอเตอร์ไซค์ที่ดีที่สุดของไทย (best motorbike insurance Thailand) เราควรจะหาอย่างไรมีเทคนิคเลือกยังไงบ้าง!  ทำความเข้าใจกันในเบื้องต้นก่อนว่าประกันรถมอเตอร์ไซค์โดยความหมายทั่วไปสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆคือ ประกันภาคบังคับและประกันภาคสมัครใจ โดยประกันภาคบังคับจะต้องถูกทำตามกฎหมายเพื่อคุ้มครองเบื้องต้นกรณีเกิดอุบัติเหตุทางรถมอเตอร์ไซค์ ส่วนประกันภาคสมัครใจคือการสมัครใจที่จะทำ โดยสามารถแบ่งออกเป็นตามความคุ้มครองที่ผู้เอาประกันจะได้รับ เช่น ประกันรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 1 ประกันรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 2 ประกันรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 3 และประกันรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 3+ เป็นต้น เทคนิคการเลือกประกันโดยทั่วไปนั้นง่ายแสนง่าย โดยเราอยากแนะนำให้ทุกคนเลือกหาจากเว็บออนไลน์ที่ได้รับความนิยม เพื่อที่จะได้ตารางเปรียบเทียบและราคาการประกันรถมอเตอร์ไซค์ที่ดีที่สุดของไทย (best motorbike insurance Thailand)  เลือกตามไลฟ์สไตล์การขับขี่   เลือกจากความคุ้มครองที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์การขับขี่ของเรา หากเป็นคนใช้รถบ่อย ต้องการความคุ้มครองมาก รถมีอายุไม่นาน เป็นรถใหม่และมีราคาแพงเหมาะมากๆกับประกันชั้น 1 คือตรงข้ามกับประกันชั้น 3 ไปเลย เพราะหากเป็นประกันรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 3 หรือ 3+ จะเหมาะกับรถที่มีอายุมากกว่า 7 ปีขึ้นไป หรือใช้งานไม่บ่อยจอดทิ้งไว้เฉยๆมากกว่า ราคาเบี้ยประกันจึงไม่สูง เพราะคุ้มครองน้อยเน้นจ่ายค่าเสียหายให้แก่คู่กรณีเป็นหลัก  เลือกเว็บไซต์เทียบราคา ที่แนะนำการประกันรถมอเตอร์ไซค์ที่ดีที่สุดของไทย (best motorbike insurance Thailand) เลือกบริษัทประกันที่ตอบโจทย์สำหรับคุณ อาจหาข้อมูลเพิ่มเติมใน pantip ดูรีวิวจากผู้ใช้ท่านอื่นๆ ว่าบริษัทประกันแต่ละบริษัทให้ความคุ้มครองลูกค้าทั้งตอนซื้อและหลังการขายเป็นอย่างไรบ้าง